รู้จักน้ำตาลโหนดแท้ๆ และสารพัดประโยชน์จากตาลหนึ่งต้น

Last updated: Jul 31, 2019  |  497 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

รู้จักน้ำตาลโหนดแท้ๆ และสารพัดประโยชน์จากตาลหนึ่งต้น

น้ำตาลโตนด ประโยชน์  ต่อสุขภาพ คนท้อง คุณแม่คงรู้จักน้ำตาลโตนดเป็นอย่างดี  น้ำตาลโตนดมักใช้แทนน้ำตาลทราย  มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง  และในอินเดีย น้ำตาลโตนดถือเป็นตัวยาสำคัญในตำรับอายุรเวชหรือการแพทย์แผนโบราณของอินเดีย ทีมงาน  Amarin Baby & Kids  มี 9 ประโยชน์มหัศจรรย์ของน้ำตาลโตนด สำหรับคนท้อง มาให้ได้ทราบกันค่ะ

 

น้ำตาลโตนด ประโยชน์ ต่อสุขภาพ คนท้อง
น้ำตาลโตนดมีคุณค่าทางอาหารมากมาย  แต่สำหรับคนท้อง ต้องมั่นใจเป็นสองเท่าในสิ่งที่รับประทานเข้าไป เพราะหากพลาดเพียงครั้งเดียว คุณแม่อาจต้องเจอปัญหาทางสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็น  โรคภูมิแพ้  โรคเบาหวาน ฯลฯ  แต่ในช่วงเวลาพิเศษของการตั้งครรภ์แบบนี้  ร่างกายของคนท้องก็ต้องการความหวานด้วยเช่นกัน  แต่จะกินน้ำตาลโตนดอย่างไรให้เกิดประโยชน์ ไม่เป็นโทษต่อสุขภาพร่างกายของแม่ท้อง

 

Good to know.. “น้ำตาลโตนด เป็นน้ำตาลที่ได้จากต้นตาลโตนด หากเป็นต้นตาลตัวผู้จะได้จากงวงตาล โดยใช้มีดตาล ปาดตรงบริเวณปลายงวง เพื่อให้น้ำตาลไหลซึมออกมา แต่หากเป็นต้นตาลตัวเมียให้ใช้ไม้คาบนวดระหว่างลูกประมาณ 3 วัน แล้วใช้มีดปาดตาลปาดตรงบริเวณปลายจั่นหรืองวง ถ้ามีน้ำตาลไหลออกมาก็แสดงว่าใช้ได้”

น้ำตาลโตนดปลอดภัยสำหรับคุณแม่ท้องหรือไม่ ?
คุณแม่ท้องสามารถรับประทานน้ำตาลโตนดได้  ที่จริงการบริโภคน้ำตาลโตนดระหว่างตั้งครรภ์นั้นดีต่อสุขภาพ เพราะช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็กและภาวะโลหิตจาง  แต่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์เดือนที่ 2 จำเป็นต้องระวังเรื่องปริมาณในการบริโภคน้ำตาลโตนด  ดังนั้นคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะเติมน้ำตาลโตนดลงในอาหารต่างๆ ระหว่างที่กำลังตั้งครรภ์ด้วยนะคะ

 

น้ำตาลโตนด ประโยชน์ ต่อสุขภาพ คนท้อง
น้ำตาลโตนดไม่เพียงช่วยเพิ่มความหวานในการปรุงอาหาร แต่ยังมีประโยชน์มากมายต่อคุณแม่ท้อง ดังนี้

1. ช่วยฟอกเลือด
การบริโภคน้ำตาลโตนดในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยฟอกเลือดในระหว่างตั้งครรภ์  ทั้งยังช่วยให้ลูกน้อยในครรภ์มีสุขภาพดีและปลอดภัย

2. เป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระสูง
น้ำตาลโตนดช่วยเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ  การบริโภคน้ำตาลโตนดระหว่างตั้งครรภ์จะช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสียหายของเซลล์ ความเสื่อมของดีเอ็นเอ และปกป้องลูกน้อยในครรภ์จากอันตรายต่อสุขภาพ และความเสียหายของเซลล์


3. ป้องกันภาวะโลหิตจาง
การบริโภคน้ำตาลโตนดช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดงรวม (RBC) ป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อความเจ็บป่วยและการติดเชื้อหลายอย่าง  น้ำตาลโตนดยังช่วยเพิ่มพลังงานที่จำเป็นให้แก่ร่างกายระหว่างตั้งครรภ์

4. ลดความเสี่ยงต่อโรคความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร
น้ำตาลโตนดเป็นสารช่วยย่อยที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้การย่อยอาหารเป็นปกติระหว่างตั้งครรภ์  นอกจากนี้น้ำตาลไม่ขัดขาวยังช่วยกระตุ้นการหลั่งของเอนไซม์ช่วยย่อยและป้องกันความเสี่ยงต่อปัญหาการย่อย เช่น อาหารไม่ย่อย โรคพยาธิ ท้องอืด และความผิดปกติอื่น ๆ  น้ำตาลโตนดช่วยให้การเคลื่อนที่ของลำไส้เป็นปกติและป้องกันความเสี่ยงต่อการท้องผูกระหว่างตั้งครรภ์

5. ลดอาการเจ็บปวดตามข้อ
การรับประทานน้ำตาลอ้อยระหว่างตั้งครรภ์ช่วยบำรุงและเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและข้อต่อ  น้ำตาลอ้อยยังช่วยลดการเจ็บปวดข้อต่อและกระดูก ลดอาการข้อติดแข็ง และปัญหากระดูกอื่น ๆ ระหว่างตั้งครรภ์

6. ช่วยบำรุงผิวพรรณ
น้ำตาลโตนดเป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ จึงช่วยบำรุงผิวพรรณและทำให้ผิวชุ่มชื้น นุ่มนวล และเปล่งประกายอย่างมีสุขภาพดี  น้ำตาลโตนดยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยและผิวหมองคล้ำ และช่วยรักษาสิวในระหว่างตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7. ส่งเสริมสุขภาพของการตั้งครรภ์
น้ำตาลโตนดเป็นแหล่งของโฟเลต  ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญเพื่อสุขภาพครรภ์แข็งแรง  ดังนั้นการบริโภคน้ำตาลอ้อยจะช่วยให้คุณแม่ท้องมีสุขภาพดีและลูกน้อยในครรภ์มีพัฒนาการและการเติบโตอย่างเหมาะสม

8. ลดการคั่งของน้ำ
น้ำตาลโตนดมีแร่ธาตุสูง โดยเฉพาะโปแตสเซียม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการคั่งของน้ำในร่างกายและช่วยควบคุมน้ำหนักของคุณแม่ท้อง  น้ำตาลโตนดช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อการบวมน้ำขณะตั้งครรภ์  โปแตสเซียมช่วยรักษาสมดุลของเกลือแร่ในร่างกายและเร่งการเผาผลาญ ดังนั้นจึงช่วยควบคุมน้ำหนักของคุณได้มาก

9. ควบคุมความดันโลหิต
คุณแม่ท้องต้องรักษาระดับความดันโลหิตให้เหมาะสม  การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมต่ำช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตได้มาก  น้ำตาลโตนดมีโซเดียมต่ำ ดังนั้นการบริโภคน้ำตาลโตนดระหว่างตั้งครรภ์ช่วยรักษาระดับความดันโลหิตของคุณให้เป็นปกติ รวมทั้งป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ่วในไต โรคเกี่ยวกับหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมองด้วย

 

ถึงแม้ว่าน้ำตาลโตนดจะมีประโยชน์กับคนท้อง แต่อย่างไรก็ควรบริโภคแต่พอดี ไม่นำมาใส่ปรุงอาหารมากเกินความพอดี  เพราะหากกินแต่พอดีย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายระหว่างตั้งครรภ์


ที่มา : https://www.greenery.org/articles/blackdiary03/ 

Powered by MakeWebEasy.com